สตูลลี่

23.10 ของวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม
ชั้นเดินอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของสนามบิน
เรา เป็นผู้โดยสารกลุ่มแรกๆ ที่ได้กลับมาเหยีบที่นี่อีกครั้ง
ถ้าถามชั้นว่า มันเป็นยังไงบ้าง
ชั้นจะตอบว่า มันเหลืองๆดี   จริงๆนะ
ดอนเมืองกลายเป็นสีเหลืองๆ
เหลืองเหมือนภาพความหลังเก่าๆ ที่เราเห็นกันตามหนังและละคร
ดอนเมืองเหลืองด้วยอายุ
อายุของพลาสติก ยาง หลอดไฟ กระเบื้อง พีวีซี และอื่นๆอีกมากมาย
วันเวลาผ่านไป สีของมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ชั้นเห็นที่มุมหนึ่ง กระเบื้องยางหลุดร่อนหายไปเป็นแถบ
ชั้นเห็น ห้องน้ำ ที่เหลืองกว่า และ ไม่ได้มีมากไปกว่า สุวรรณภูมิ เท่าใด

 

ชั้นนั่งนกสีเหลืองกลับมาเช่นกัน
กลับมาจาก สตูลลี่ ที่ไปหย่อนใจมา 5 วัน
จริงๆเกือบจะไม่ได้กลับ
เนื่องด้วย นามสกุลบนตั๋วเครื่องบิน
ดันไม่ตรงกับนามสกุลบนบัตรประชาชน
นามสกุลสลับกับไอ้เพื่อนผู้ซื้อตั๋วให้
ปกติแล้ว... จะเป็นชั้นที่คอยวีน
และเคลียร์ให้ ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องใด
โดยที่เพื่อนและพี่ ทั้ง 2 คนนี้
จะอยู่ในโหมด ขี้เกียจไม่ทำอะไร
แต่วันนี้ 2 คนนี้ มันวีน เอาเรื่องแทนชั้น
หน้าตามันน่ากลัว จนคุณนกคนนั้น หวั่นใจ
แต่คงเพราะ ไม่รู้นกไหน ตาลายเองด้วยแหล่ะ
มันถึงเป็นความผิดของเค้า หาใช่พวกเราไม่
ชั้นเลย ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม เพื่อที่จะเหยียบดอนเมือง

 

ตอนนี้ชั้น อยู่ในเมืองใหญ่
หันทางไหนก็เจอแต่ตึก และรถรา
ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง
ชั้นนั่งอยู่ในเรือ คายัค ลำเล็ก ที่ไม่มีไม้พายให้เรา
แต่บังคับเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาพายให้
ฝนตก หยิมๆ หยิมใหญ่บ้าง หยิมเล็กบ้าง
เด็กหนุ่มนั่น เค้าไม่สนุกเท่าไหร่
เค้ากลัวว่า เดี๋ยวฝนตกหนัก น้ำป่าจะมา
และท่อนไม้จะกวาดเอาเราไปด้วย
น้ำที่นี่ตื้น ข้างล่างมีหินปุ่มป่ำมากมาย
เราลอยตามลำน้ำไปเรื่อยๆ เหมือนอยู่ในคลองเล็กๆ
ข้างทาง 2 ฝั่ง มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นกันให้ครึ้มไปหมด
มองขึ้นไปข้างบน เราจะเห็นป่าอยู่ไกลๆ
ป่าดิบชื้น สีเขียวเข้ม ที่มีไอหมอกขาวๆบังอยู่บางบ้างหนาบ้าง
เผลอๆ ก็มีเจ้านกน้อย บินกลับรังกันให้วุ่น
ฝนตกแปะๆ ชั้นว่า ต้นไม้ดูสดชื่น ผิดปกติ
ต้นไม้ดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด
ความสวยงามของ 2 ข้างทาง ข้างบนฟ้า แล้วก็น้ำข้างๆ
ทำให้ชั้นลืมเรื่องที่ไม่ได้ไม้พาย ไปได้ด้วยความรวดเร็ว

 

อากาศที่นี่  ดี๊ดี ต้นไม้ก็สวย หมอกก็สวย น้ำก็สวย หินก็สวย
น้ำเย็น ยิ่งรวมกับละอองฝนไปด้วยแล้ว
บางครั้ง ชั้นแอบสั่น ด้วยความหนาว
แต่ก็ดี เย็นดีแบบนี้ ตุ่มเล็กๆนั่นจะได้ หายคันลงไปบ้าง

 

วันนี้เป็นวันสุดท้าย ของทริป สตูลลี่
เกตุศรี พาเรา มาล่องแก่ง
เราลอยเรือกัน 2 ลำ
ลำเรา ไม่ต้องพาย
และอีกลำ ที่พายกันจนเรือท้องแตก
เรือพายไม่ไป หรือคนพายไม่เป็น
เรือท้องแตก อยู่แล้ว หรือ ท้องแตก เพราะน้ำหนักตัว
เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา
แต่มันก็ รื่นรมย์ไปอีกแบบ
ไม่ต้องคิดอะไร สบายๆ เดี๋ยวก็ถึง

 

เมื่อวานนี้ เราเพิ่งกลับมาจากเกาะ
เหยียบแผ่นดินสตูลลี่ได้ไม่นาน
เราก็ไปเหยียบทะเลบันกันต่อ
ทะเลบัน สถานที่ ที่เพื่อนสุดแมนของชั้น
วิ่งสติแตก หนีทากน้อย ที่ดูดตีนชั้นอยู่
แค่ตัวเดียวเอง แต่มันดูดปิ๊ดๆ ไม่ยอมปล่อย
ชั้นดึงออกไปก็ขำไป
ขำที่ตัวเองโดนทากดูด ขำท่าประหลาดๆของเพื่อนๆ
สนุกดี นี่เป็นทากตัวแรกที่ได้ดูดเลือดชั้น
แต่มันดูดได้ไม่คุ้มเอาเสียเลย
คิดว่า ดูดแบบพอเพียงละกันนะเจ้า

 

ทะเลบัน เป็นแผ่นดินที่ยุบตัวลงไป ทำให้น้ำจืดไหลเข้ามาแทนที่
กลายเป็น ทะเลสาบ สีเขียวนิ่งสงบ
อย่างกะ ถูกสาป ไว้จริงๆ
ทะเลบันตั้งอยู่ท่ามกลาง ป่าดิบชื้น หนาครึ้ม
ด้วยสีเขียมเข้ม ของป่าใหญ่ เข้มจริงๆ
ป่าแถวนี้เหมือนขาใหญ่ ที่อยู่มานาน
เหมือนนักเลงใหญ่ ประจำพื้นที่
ที่อยู่มานาน จนรู้จักดีทุกซอกมุม
แต่ชั้นเป็นคน แปลกหน้า
ป่าไม้เลยยิ่งดูเข้มขึ้นไปใหญ่
มันทั้งสูงทั้งใหญ่ ดูเก๋าๆ ยังไงชอบกล
ทะเลบัน กว้างใหญ่
เราเดินกันไม่ถึงเศษเสี้ยวของรอบ
วันนี้เราไม่พร้อมที่จะเดินป่า
เพราะเรา ขี้เกียจกันอยู่
แล้วที่สำคัญ ที่นี่ทากดุ  555
เอาทากมาอ้าง ไม่อยากเดินป่า ก็บอกมาสิ

 

ชั้นชอบ ความเขียวของป่าไม้
ชอบที่ได้เห็นดินดำๆ ไม้ใหญ่ๆ
ชอบที่ได้ไปยืนอยู่หน้าน้ำตก โขดหินลื่นๆ
ชอบที่จะเอาเท้าไปแช่น้ำ แล้วนั่งรับ ออกซิเจนที่วิ่งสวนทางกับสายน้ำที่ตก
แต่เที่ยวทะเล มันง่ายดี
ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น
สะดวกกับการหาเพื่อนร่วมทาง
ไม่เหนื่อย แค่ต้องทาครีมกันแดดเท่านั้นเอง

 

เออ... ใช่ เราเพิ่งกลับมาจากเกาะ
เกาะ หลีเป๊ะ
หาดที่นี่สวย ทรายขาวละเอียด น้ำใสแจ๋วแหวว
มีปะการังบ้าง พอให้ตื่นเต้น
มีนีโม ที่อยู่ในบ้านดอกไม้ทะเล
แต่ไม่มีป้ายพ่นสีบอกไว้ว่า " ระวังนีโมดุ !!! "
ชั้นเลยโดนกัดไปตามระเบียบ
ใช่ๆๆ  โดนนีโม โดดกัด โทษฐานที่ไปกวนบ้านมัน
ก็สมควรแล้วเนอะ

 

หลีเป๊ะ ทะเลที่เราไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้า
เพราะเรา ไม่ตื่นมาดู กันสักวัน
วันนี้ ตื่นมาก็วิ่งหน้าเริ่ด กลัวไม่ได้กินข้าว
ก่อนที่จะลงเรือกลับบ้าน

 

เมื่อวาน ก็ตื่นมาหน้าเริ่ด เช่นกัน
เนื่องด้วย ต้องกินข้าว ก่อนลงเรือไปดำน้ำดูปะการัง
ที่มา ของ ตุ่มเล็กๆ อันผุดอยู่ทั่วเรือนร่างชั้น ณ.ตอนนี้

 

โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ยยย......ย
คือเสียงประกอบการดำน้ำ ในทริปนี้
แถวนี้ เป็นปะการัง น้ำลึกซะเป็นส่วนใหญ่
ต้องโดลงไป เราถึงจะเห็น
ชั้นได้รับการ ขู่ฟอด มาจากหลายทิศทางว่า
แถวนี้ มีแตนทะเล ถ้าใครแพ้ จะเป็นมนุษย์ตุ่ม
ไม่ได้อ้วนเป็นตุ่ม แต่จะมี ตุ่ม
ตุ่มปกคลุมอยู่ทั่วไป และมีอาการคันบ้างบางระยะ

 

ตอนที่เรากระโดดลงไป และร้องโอ๊ยๆ เป็นระยะๆนั่น
ชั้นยังไม่มีอาการคันคะเยอ แม้แต่ประการใด
ชั้นเลยชะล่าใจ โดดมันซะ เกือบจะทุกจุด
ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง ปะการังแข็ง
แถวนี้เป็นปะการังแข็งซะเป็นส่วนใหญ่
สีฉูดฉาดตา ไม่ค่อยจะมี เนื่องด้วยเป็นปะการังน้ำลึก
และเราคงมาถึงที่นี่ช้าไป
หอยมือเสือมีประปราย มือเสือ มีเหลือไม่กี่สี
บ้างมือหงิก บางมือแอบเป็นง่อย แต่โดยรวมก็รื่นรมย์
ที่นี่มีปลาให้เราเห็นเยอะ
จนเกตุศรีบอกว่า หลับตาก้ฌฆ็นปลา มาอยู่ตรงหน้า
อืมมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

 

บางที่ พวกเราพากันชี้โบ๊ชี้เบ๊
ส่งภาษามือ ตื่นเต้นกัน
เพื่อที่จะชี้ ปลาหน้าตาประหลาดๆ ให้กันดู
อืม.... ตื่นเต้นจริงๆด้วย
ปลาอะไรก็ไม่รู้ ครึ่งนึงสีขาว ครึ่งนึงสีดำ
มันเอาปากดูดทราย แล้วบ้วนทิ้งปุ๊ยๆ
ทำท่าเหมือนคนจีน กินข้าวต้มกุ๊ย แล้วบ้วนเม็ดหนำเลี๊ยบทิ้ง
เราเห็น ปลาไม้จิ้มฟันทะเล ตัวใหญ่ยักษื
ไม่รู้ว่า มันชื่อนี้ รึป่าว แต่ทุกคนได้เรียกตามชั้นไปเรียบร้อยแล้ว
หน้าตามัน เหมือนปลาเข็มน่ะแหล่ะ เพียงแต่ยาวเกือบ 2 ศอก เท่านั้นเอง
เฮ้อๆๆๆๆๆ  ทะเลๆๆๆ
น้ำก็ใส ปลาก็สวย ปะการังก็โอเค๊ เพื่อนร่วมทางน่ารัก
เสียอย่างเดียว โอ๊ย..... แตนทะเลดุมาก

 

ชั้นเพิ่งจะมารู้ซึ้งถึงความดุของมันก็เอา วันเดินทางกลับ
มันฝากรอยประทับใจเอาไว้
จนชั้นกลายเป็นมนุษย์ตุ่ม
แต่ ไม่เป็นไร เต็มใจ เพราะ มีความสุข
วันนี้เราปิดท้ายความสุขกันด้วย อาหารทะเล ปิ้งย่างมื้อใหญ่
ที่มากัน 5 คน สั่งอย่างกับกิน 10 คน
แต่ราคาถูกซะจน ร้อง ฮ๊าาาาาาา  กันทั้งโต๊ะ
อย่าลืมนะคะ ถ้าหลีเป๊ะ ไปกินที่ ดาย๋ารีสอร์ท เท่านั้น
อร่อย และ ถูกกกกกกกกกกกกมาก

 

ตอนเช้า ชั้นไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ ขึ้น
แต่จะเป็นไรไป
เพราะเมื่อคืนวาน ชั้นโกยความสุขริมทะเล มาเรียบร้อยแล้ว
อะไรเล่า จะสุขเท่าชั้น
นอนบนเก้าอี้ยาวริมหาด ตามองดาวที่แข่งกันเปล่งประกายวิบวับ
แข่งกับเสียงคลื่น ที่สาดเสียง สวยงาม
ลมทะเล เย็นๆ เย็นจนหนาว แต่หนาวก็ทน
เพราะ มันสวย สวยดีจริงๆ
นี่หลับตาตอนนี้ ชั้นก็เห้นดาว เคล้าเสียงคลื่น
ฮื่มมมมมม  สุขหนอ สุขจริงหนอ

 

หลีเป๊ะมีดีที่หน้าหาด
นอกไปจากน้ำทะเลสวยๆ ทรายสีขาวแล้ว
ยังมีปะการังน้ำตื้น ที่เพียงแค่ลุยน้ำ ก็ได้ดูแล้ว
ใช่ๆ มีนีโมดุด้วย
เราใช้เวลาเดินทางจาก ท่าเรือ ตะมะลัง มาที่เกาะนี้
โดยประมาณ ก็ 2ชั่วโมงครึ่ง
มากับเรือเฟอร์รี่ ค่าเรือไปกลับ 1,000 ที่ไม่ต้องควักกระเป๋า
เพราะเด็จแม่ บุพการีเกตุศรี อุปถัมภ์
ทั้งค่าเรือ และค่า ที่พัก
ขอกราบขอบพระคุณงามๆมาณ.ตรงนี้ด้วยเลยนะคะ
เรามาเที่ยวกัน 5 คน
เรา พี่ชู พี่เมฆ และน้องลูกเกตุ กะน้องลูกกอล์ฟ น้องชายน้องลูกเกตุ

 

เมื่อคืนวาน เรายังนั่งดูดาวระยิบระยับ ที่ดาดฟ้าบ้านน้องลูกเกตุ
แต่คืนนี้เรามานอนดูดาวดวงเดิมๆ แต่เพิ่มเสียงคลื่นมาด้วย
งามชะมัด จริงๆนะ
เห็นมั๊ย สวยจริงๆนะ พูดเรื่องเดียวอยู่หลายรอบแล้วเนี่ย

 

อ้อ !!!  ในที่สุด ก็ได้เห็นกับตาแล้วว่า
น้องลูกเกตุน่ะ เป็นแฝดสาม
กับเจ้าสองตัวที่ ยืนคู่อยู่หน้าบ้าน จริงๆ
5555555555555555555555
บอกไม่ได้ ว่าเป็นอะไร
อยากรู้ไปดูได้ ที่กรุงสยาม ณ.เมืองสตูล

 

สตูลลี่ มิมี สนามบิน
อันที่จริงเสมือนว่ามี แต่ไม่ได้มีให้เราใช้
เราเลยต้องไป ขึ้นลง กันที่หาดใหญ่
ทั้งขามาขากลับ มีน้องลูกกอล์ฟ มาคอยรับส่ง
ตอนขามานั้น ทันที ที่เราเห็นน้องลูกกอล์ฟ
เราก็ได้รับซาลาเปาทอด ไส้หมูแดง อุ่นๆทันที
นั่นเพราะ พี่ชู มันตื่นเต้น
อยากกินเบอร์เกอร์คิง ตัวสั่น
เดินหน้าเริ่ด ลากพวกเราเข้า ด้านในที่พักผู้โดยสารในประเทศ
ด้วยหวังใจว่าจะมีอะไรตื่นตาตื่นใจ รออยู่ในนั้น
แต่ทว่า สุวรรณภูมิด้านในประเทศนั้น
ไม่มีอะไร ให้พวกเรากิน
จริงๆแล้วมี แต่ราคาไม่น่ากิน
แซนด์วิช อันละ 200 น้ำเปล่า 40 ข้าวหน้าเป็ด 160
แถมหน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มทั้งนั้น
เราใช้เวลาเดินทางมาสตูลลี่
1 ชั่วโมง 10 นาที
แต่ชั้นใช้เวลา เดินทางจากตลาดพลู มาสุวรรณภูมิ เนี่ย
อืม ไม่ถึงชั่วโมงหรอก
แต่หมดไป 265 + ทางด่วน 65 บาท เท่านั้นเอง
เท่านั้นเอง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ดีนะที่ได้ หารสอง....

 

ทริปนี้ เป็นทริปที่ ดี สำหรับชั้น
นั่นเพราะชั้น มี พฤติกรรมไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ที่ ทุกที จะคอยเต้นๆๆๆ ทำนู่นทำนี่
แต่ทริปนี้ ชั้นนั่งเปื่อยๆ ไม่ทำอะไร และ อะไรก็ได้
มันเป็นความสุขประเภท หนึ่งนี่เอง
มิน่าผู้คนถึงนิยม ทำเช่นนี้กันนัก
ทริปนี้ชั้นใจเย็นมาก
ชั้นแทบไม่วีนเลยสักนิด
หวุดหวิดไปตอนไม่ได้ไม้พายเท่านั้น
ดีที่ป่าสวย เลยช่วยไว้ได้เยอะ

 

ทริปนี้
โดยองค์รวมแล้วชั้นมีความสุข
มันไม้สุขจนล้นออกมา
แต่มันดื่มด่ำอยู่ลึกๆข้างใน
ตอนนี้ ถ้าน้องลูกเกตุหลับตาแล้วเห็นน้องลูกปลาลอยอยู่ตรงหน้า
พี่น้ำผึ้ง ก็เห็น ดาวระยิบเคล้าเสียงคลื่น
หลับตาอีกที ก็เห็น ป่าเขียวครึ้มมีสายหมอกสีขาวลอยปกคลุมเบาๆ
เห็นนกน้ำบินกำลัง ตอนเมฆเป็นสีชมพู
เห็นเจ้าปลาไม้จิ้มฟันทะเล และอลาน้อยใหญ่
แต่ที่สำคัญ ตอนนี้เห็น
ตุ่มเล็กๆ ที่คันมากๆค่ะ
เหมือนเป็นอีสุกอีใส อีรอบนึงเลย 555

 

แต่ ไม่เข็ดหรอก....
มีคนชวนอีก ก็จะไปอีก
ไม่มีคนชวนอีก ก็จะไปอีกอยู่ดี
สตูลลี่ มีดีกว่าที่คิด จริงๆค่ะ ทุกท่าน
อย่าลืมแวะไปดู แฝดน้องของน้องลูกเกตุ
ให้ได้ !!!! นะคะ
555

 

 

 

 

 


แพรก็กำลังจะไปหลีเป๊ะ

คนสตูล น่ารักเน๊อะ

แพรเป็นคนสตูลค่ะ
000364
28 มี.ค. 2550 เวลา 22:04 น.
โอ้ว หลีเป๊ะ อยากไปสุดๆ
000691
28 มี.ค. 2550 เวลา 22:21 น.
อิจฉาเว้ยยยยยยย
k-9
28 มี.ค. 2550 เวลา 23:38 น.
:)

ผมขำเรือท้องแตก

แล้วก็อยากไปทะเลน้ำใสใสคับ

ไว้สักวันเจอกัน สตูลลี่
000056
29 มี.ค. 2550 เวลา 02:48 น.
:]
ไปดีๆกลับมาดีๆ.....ไม่มีเรื่องก็ดี...แล้วคับ...
000717
29 มี.ค. 2550 เวลา 11:18 น.
ชิ ............



เค้าก็น่ารักเฟ้ย ฮ๊ๆ ๆ ( กล้าพูดเนาะ อิอิ )



เฮ้ ... เค้าอิจฉา และอยากไปบ้างงงง แม่เจ้า อยากไปอยากไป



ต้นไม่คอนกรีตในบางกอกไม่เห็นใจดีเหมือนที่ สลูลลี่ .... เค้าอยากไปทักทายต้นไม้ใจดี ต้นไม้เขียวขจี ต้นไม่เขียวอี๋ ที่ตัดสีสันกับท้องฟ้าคราม ...



เค้าอยากโดนทากกัด มากกว่าโดนหมาจรจัดในบางกอกกกัด



เค้าอยากไปเล่นกับนี่โม่มากกว่ามองดูผ่านกระจกในเมืองใหญ่ ... เค้าอยากช้ดใกล้



เค้าอยากนอนเต้นท์ โรงแรม ในเกาะหลีแปะ



เค้าอยากตื่นเต้นกับปะการังของจริง มากกว่าที่ประดับอยู่บนกรอบรูป



เค้าอยาก อยาก อยาก



อยากไปเที่ยวเว้ยยยยยยยยยยยย แง ๆ ๆ



งุงิ



ด้วยความคิดถึงและขี้อิจฉาเป็นที่สุด ชิ



take care ja
catherine
29 มี.ค. 2550 เวลา 12:15 น.
อยากไปมั่งจัง อยากไปนอนดูดาว ฟังเสียงคลื่น อยากไปๆ
ไม่รู้เมื่อไรจะได้เที่ยวบ้างนะ ตอนนี้เหมือนติดคุกเลย T_T
000895
30 มี.ค. 2550 เวลา 18:58 น.
ภาพฝูงปลาตอนหลับตาหายไปแล้ว

สงสัยต้องไปฟื้นความจำใหม่ซะแล้ว

004045
30 มี.ค. 2550 เวลา 20:56 น.
อยากไปจังค่ะ
003149
2 เม.ย. 2550 เวลา 15:16 น.
เที่ยวเผื่อคนแก่บ้างไหมหนอเนี่ย
เอิ๊กๆ

แอบอยากตามเล็กน้อย
ไม่มีโอกาสเลยยามนี้
004154
4 เม.ย. 2550 เวลา 22:44 น.
เปียกน้ำยังว่ะแก สงกรานต์นี้ ถ้ายัง มาให้ฉันสาดน้ำซะดีๆ ฮี่ๆๆ สาดถึงในได เลย ตัวจริงคงไม่มีโอกาส ว่ะ

สวัสดีปีใหม่ไทยนะแก
002834
13 เม.ย. 2550 เวลา 17:08 น.
เรื่องยาวมากมาย แต่ก็นั่งอ่าน 5555
ไหนอ่ะรูบ อยากเหน
001443
14 เม.ย. 2550 เวลา 01:31 น.
พึ่งมาอ่านแล้วจึงพบว่าในสิ่งที่เห็นกับภายในที่เป็นดูจะใกล้เคียงกันมากแต่ทำไมภายในใจลึกๆถึงได้มีแต่ความหวาดกลัวและโหยหากำลังใจเยี่ยงนี้



เข้ามาอ่านแล้วนะชอบมากและอยากอ่านความในใจของเธอที่สุด...... ถึงจะให้ตีนมากินบ่อยๆฟันร่วงแทบหมดปากแต่ก็ชอบกินจริงๆนะ....
Filespace
19 เม.ย. 2550 เวลา 12:26 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic