วันครู

 

ขณะที่ชั้นกำลังนั่งกินข้าวเช้าตอนเที่ยงอยู่นั้น
แม่ชั้นก็ได้เปิดวิทยุ ขับกล่อมลำนำเพลง
เพื่อประกอบการทำกับข้าว
ด้วยความเพลิดเพลิน เพียงผู้เดียว
มันเป็นเพลงที่ไพเราะ สำหรับแม่ชั้นและแม่คุณ
แต่อาจไม่ใช่สำหรับเรา เท่าไหร่
ด้วยสำนึกที่ดี อยู่บ้างและยังอยากกินข้าว
ชั้นเลย ไม่กล้าลุกไปเปลี่ยนคลื่น
จริงๆแล้วขี้เกียจ ลุก

 

แต่ ทว่า เข้าขับกล่อมเพลงเกี่ยวกับ วันครู กันน่ะสิ
ฟังไปฟังมา ชั้นก็เลยเริ่มเพลิน
เพราะคิดถึง ครูตัวเอง ขึ้นมาบ้าง

 

เรื่องนี้ บางคนในที่นี้รู้แล้ว
เพราะชั้นขี้โม้ให้ฟัง
แต่บางคน ยังไม่รู้
เพราะ อย่างนั้น ชั้นนับว่า เป็น แถก ที่1 ละกัน

 

ชั้น เคยถูก เชิญให้ลาออก จากโรงเรียน ตอนอยู่ ม.5
สาเหตุที่มาจริงๆ เกิดจาก ชั้นถูกทำทัณฑ์บน 1 ครั้ง
ในเวลา กระชั้นชิดกัน
ฟังดูเป็นเด็กเลว เนอะ ว่ามั๊ย
สาบานได้ ชั้นก็ไม่คิดว่า เกิดมาตัวเองจะโดนทำ ทัณฑ์บน

 

สาเหตุที่ วันนั้นเราโดนทำ ทัณฑ์บน ก็คือ
ชั้น ไม่ยอมรับเอกสารที่เค้าให้แจกต่อๆกัน ในการเข้าแถวตอนเช้า
เหตุผลส่วนตัวในใจ ก็คือ
เดี๋ยวเอามาถือก็ทิ้งกันเป็นขยะ ขึ้นไปอ่านข้างบนก็ได้
และแล้ว รู้สึกว่ารองหัวหน้าห้อง จะโดนรังสีอำมหิต บางอย่าง
จาก ครูบางคน แถวไหน
ทำให้ มันมายัดเยียด แผ่นกระดาษนั่นใส่มือชั้น
ชั้นไม่เอา และรำคาญ ชั้นเลยเอากระดาษนั่นม้วนใส่มือ
แล้วตีหัวมันไปเบาๆ

 

เท่านั้นแหล่ะค่ะ คุณ
เค้าคงมองพฤติกรรม ชั้นอยู่นานแล้ว
ว่าทำไม ไม่ทำตามคำสั่ง
ชั้นกับเพื่อนที่ถูกตีหัว ถูกเรียกเข้าห้องปกครองค่ะ
จริงๆนะ
ครูคนนั้น ถามว่า ทำไมไม่รับเอกสาร
ชั้นตอบไปว่า
" รับตอนนี้เดี๋ยวก็ทิ้งกันเป็นขยะ ขึ้นไปเอาข้างบนก็ได้ "
ครูคนนั้น ถามอีกว่า
" แล้วเอาไปตีหัวเพื่อนทำไม "
ชั้นตอบว่า
" ก็แค่หยอกเล่นกัน "
เค้าตอบมาอีกว่า
" ใช่เรื่องเอามาล้อเล่นเหรอ แล้วใครสอนให้ไปเล่นหัวเพื่อน "

 

แล้วคุณคิดว่า ชั้นจะนั่งเงียบๆเหรอ
ชั้นยิ่งรู้สึกว่า เอาล่ะ ในเมื่อมาแบบนี้
ชั้นก็เลย ตอบคำถามตรงๆ แบบที่ชั้นคิดไปเรื่อยๆ
สุดท้าย เค้ายื่นเอกสารให้ชั้นทำ ทัณฑ์บน
ด้วยเหตุผลอะไร ชั้นก็ลืมๆไปแล้ว
แต่รู้สึกว่า เออ ตลกดี แบบนี้ก็โดนทำ ทัณฑ์บนได้

 

รู้สึกพอชั้นเซ็นเสร็จ
อาจารย์ที่ปรึกษาชั้นเดินเข้าห้องมาพอดี
เพราะเพิ่งรู้ว่า ลูกศิษย์ หายไป
แถมโดนยืนหน้าเสาธง อยู่ทั้งห้อง
แกเข้ามา ในห้องปกครอง
แล้วพาชั้นกับเพื่อนออกไปจากห้อง
แต่แกเข้ามาไม่ทัน เพราะชั้นต้องเซ็นเอกสารนั่นไปแล้ว

 


เรื่องมันไม่จบแค่นั้น
เพราะชั้นกับเพื่อน มีโต๊ะที่นั่งเล่นกันประจำ
อยู่ หลังห้องปกครอง
จากห้องปกครอง จะมองเห็น โต๊ะชั้นได้ถนัดตามาก

 

วันหนึ่ง ตอนกลางวัน
ชั้นนั่งเล่นอยู่กับเพื่อน และเราก็หยอกกัน แกล้งกันเอง
เราเอาไปบัวไปครอบหัว เพื่อนที่เป็นหัวหน้าห้อง
ทันใดนั้น หน้าต่างห้องปกครองก็เปิดออก

 

เสียงครูคนนั้น ลอยมาเรียก
" สองคนนั้นที่เล่นแกล้งกัน เข้ามาในห้องซิ "
พวกชั้นเลยมองหน้ากันทั้งกลุ่ม
และเดินเข้าไปในห้องนั้นทั้งกลุ่มเลย

 

หลังจากที่เราเดินเข้าไป
ครูคนนั้น เค้าบอกว่า " ดี เข้ากันมาทั้งกลุ่มก็ดี "
เราผ่านบทสนทนา หลายบท
ดูเหมือนจะเป็นการยั่วยุกันไปมา
มีตอนนึง ที่ครูคนนั้น พูดขึ้นมาประมาณว่า
"พวกนักศึกษาที่ต้องเข้าป่าน่ะเหรอ เค้าเคยทหารล่ามาแล้ว "

 

เท่านั้นแหล่ะ
ชั้นก็เอาปากหมาๆ ของชั้นสวนกลับทันที
จำไม่ได้หรอกว่าสวนไปว่าอะไร
รู้แต่ ประโยคถัดไป เสียงครูคนนั้น เริ่มแข็งขึ้น
และหลังจากนั้น ชั้นก็องค์ลง

 

เวลาชั้น องค์ลง เนี่ย
ชั้นจะไม่สน ว่าเค้าเป็นใคร รู้แต่ เค้าทำไม่ถูก
ชั้นจะโวยวาย สบถ เสียงดังสนั่น พร้อมกับออกท่าทางไปด้วย

 

ครูคนนั้น เริ่มตกใจ
เพื่อนชั้น ลากชั้นออกไปหน้าห้องปกครอง
ชั้นยังโวยวายเสียงดังไม่หยุด
ผู้คน เริ่มแตกตื่น มากขึ้นเรื่อยๆ

 

แล้วเย็นวันนั้น อาจารย์ทั้งโรงเรียน ต้องเข้าห้องประชุม
เพราะจะต้องคุยกันในมติที่ว่า
เด็กคนหนึ่ง มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม
สมควร ถูกไล่ออก

 

ไม่มีใครเชิญชั้น หรือ นักเรียนคนไหน เข้าไปถามไถ่ เรื่องราว
ชั้นได้ยินมาว่า ในห้องนั้น
อาจารย์ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย
ฝั่งหนึ่ง เข้าข้างครู และบอกว่าชั้นก้าวร้าวเกินไป
อีกฝั่งหนึ่ง ยืนยัน ว่า
เด็กคนนี้ ไม่ใช่คนแบบนั้น และมันต้องมีอะไร

 

ไม่มีใครมาถามอะไรชั้นอีก
มีแต่เพื่อนๆและชั้น นั่งเครียดกันเอง

 

 

ชั้นมารู้ทีหลังว่า
ในห้องนั้น มีอาจารย์หลายท่าน ค้านเรื่องชั้นอย่างหัวชนฝา
หลายท่าน ช่วยเดินเรื่อง พิสูจน์ว่า
จริงๆแล้วชั้นไม่ใช่เด็กก้าวร้าวแบบนั้น
ทั้งโรงเรียนวุ่นวาย

 

หลังจากนั้น มีความพยายามให้ชั้น เข้าไปขอขมา
เพื่อนชั้นวิงวอนขอร้อง ให้ชั้นทำ
ชั้นยอมทำ เพราะถือว่า
ชั้น โวยวายจริง ผิดจริง ชั้นขอโทษ
แต่ชั้นบอกกับเพื่อนว่า
ความไม่ยุติธรรมที่เค้าทำนั้น เค้ายังไม่ได้ขอโทษชั้น

 


หลังจาก ที่ชั้นเข้าไปขอโทษ
อาจารย์บางท่าน รู้ทีหลัง แกบอกว่า
" นี่ถ้าวันนั้นชั้นอยู่ ชั้นจะไม่ให้แกเข้าไปขอโทษ มั... "

 


หลังจากที่ชั้นขอโทษไปแล้ว
ที่ประชุมยังตกลงไม่ได้
จึงมีมติออกมาก่อนว่า ชั้นถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียน
ชั้นตอบว่าค่ะได้ ห้ามไม่ให้เข้าห้องเรียน
หมายความว่า ไม่มีการเช็คชื่อให้
แต่ ชั้นจะเข้าห้องเรียนและมาที่โรงเรียน
ตึง..........................
ครูหลายคน งงไป และบอกว่า
เธอจะเข้าห้องเรียนได้ยังไง
เพราะ โรงเรียนห้ามไม่ให้เธอเข้าเรียน
ชั้นเลยตอบว่า
" ไม่เช็คชื่อให้ก็ไม่เป็นไรนี่คะ ถ้าหนูจะใฝ่รู้ เข้าห้องเรียน
มันไม่ดีตรงไหน "
ครูเหล่านั้นเงียบไป และเริ่มเถียงชั้นไม่ออก

 

สรุปว่า ครูคนไหนให้ชั้นเข้าห้อง ชั้นก็เข้า
ครูคนไหนไม่ให้เข้า ชั้นก็มานั่งเล่นในสวนหย่อม

 


หลังจากนั้นมีมติออกมาว่า ชั้นถูกเชิญให้ลาออก
คือ ช่วยมาลาออกไปเองซะดีๆเถิด
ชั้น มึนๆงงๆ เล็กน้อย แต่ก็ไม่ว่าอะไร

 

อาจารย์สอนวิชา ภาษาไทย ท่านหนึ่ง
มาบอกกับชั้นว่า
" เธออย่าเขียนเรื่องอะไร ไปส่งหนังสือพิมพ์ หรือที่ไหนเลยนะ "
ชั้นรัก อาจารย์คนนี้มาก
และ แกก็ช่วยวิ่งเต้นช่วยชั้นน่าดู
ทั้งๆที่แก เป็นเพื่อนสนิทกันกับ ครูคนนั้น
ชั้นเอง ก็ไม่ได้เขียนอะไร ไปหาใครทั้งนั้น 

 

ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบไล่ปลายปีพอดี
ชั้นก็สอบไปตามปรกติ
ความอึมครึมยังมีอยู่

 

เรื่องราวจบลงด้วย
ชั้นไม่ได้ไปเขียนใบลาออก
เพราะชั้นสอบเทียบได้
แล้วก็ดัน เอนท์ติดซะด้วย
ปีนั้น ทั้งโรงเรียน รวม ม.5 - ม.6 แล้ว
มีชั้น เอนท์ติดอยู่คนเดียว
ติดสถาบันดีซะด้วยสิคุณ

 

เรื่องราวจบลงอย่างสวยงาม
ชั้นไม่ได้ลาออก
แต่ออกไปเองคนเดียว

 

และแน่นอน
ปีนั้น ไม่มีการเชิญ นักเรียนที่เอนท์สะท้านติด
คนเดียวใในโรงเรียน ไปพูดหน้าเสาธงแม้แต่ประการใด
ทั้งๆที่ชั้นก็ไปเดินเล่นอยู่ในโรงเรียนวันนั้น

 

ทุกวันนี้ครูคนนั้น ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนนี้แล้ว
ส่วนอาจารย์อีกหลายท่านนั้น
ชั้นยังไปหาอยู่บ้างทุกปี
ทุกคนจำชั้นได้สนิทใจ
ต้นเดือนหน้า
ชั้นกับเพื่อนๆ นัดแนะกันแล้ว
ว่าเราจะเข้าไปโรงเรียน ไปหา ครูของเรากัน
บางคนจะอุ้มลูกไปหาครูด้วย
พวกเรายังรักกัน และรักครูของเรามาก
แบบไม่ต้องอธิบายอะไร
คนทั้งโรงเรียน โปรดดูและเข้าใจได้
ด้วยตาของพวกท่านเองเถิด

 

มาถึงบรรทัดสุดท้าย...
ชั้นเดาว่า เหลือคนอ่าน ไม่กี่คน
อ้าว เห็นพวกคุณ ชอบอ่าน แถก กันไม่ใช่เหรอ
นี่เพิ่งข้อเดียวเองนะ

 

 

 

 

 

 


 

บ่อยครั้งที่คุณครูผู้ทรงเกียตร..บ้าอำนาจ..ยิ่งโรงเรียนชายล้วน..ยิ่งบ้า..หนักเจอบ่อยๆตอนเรียน มัธยม...

ประมาณว่า ฉันผิดแต่จะให้ขอโทษเด็กน่ะเหรอ เช๊อะ เสียหน้า อย่าหวัง...

แต่เขาไม่สนว่าตัวเองจะเสื่อมเสียและสิ้นศรัทธาต่อคนอื่นทั้งจังหวัด...
000717
16 ม.ค. 2550 เวลา 14:53 น.
โหหห นี่ข้อเดียวเองนะเนี่ย
เราเชื่อแล้วว่าวีรกรรมผึ้งมีเยอะจิงๆ
เลื่อมใสๆ เราอยากมีประสบการณ์แบบนี้มั่งจังแฮะ
d^-^b
001834
16 ม.ค. 2550 เวลา 17:57 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic